อบรม สถาบันฝึกอบรมสัมมนา ฝึกอบรม หลักสูตรอบรมสัมมนาtraining ฝึกอบรมสัมมนา หลักสูตรอบรมin-house training อบรม ISO

สถาบันฝึกอบรมสัมมนาBIG Q TRAINING จัดฝึกอบรมสัมมนาโดยมีหลักสูตรฝึกอบรมสัมมนาแบบ IN HOUSE TRAINING และ Public Training


การพัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นสุข (Happy Workplace)

เทคนิคการบริหารงานด้วย PDCA พื้นฐานสำหรับพนักงาน

การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)

การประเมินลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมตามISO14001:2004 อย่างมีประสิทธิผล

การวิเคราะห์ต้นทุนด้านคุณภาพ Cost of Quality Analysis ( COQ )

การพัฒนาตนเองเพื่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ(Self Development for Work Effectiveness )

การดำเนินกิจกรรมกลุ่มย่อย Small Group Activity





อบรม ฝึกอบรม Training อบรมสัมมนา หลักสูตรอบรม สถาบันฝึกอบรม อบรมISO In-house Training ISO9001 ISO14001 TS16949


ต้องการแลกลิงค์กับเรา
Copy Code ไปไว้ที่เว็บท่านได้เลยครับ
แล้วเมล์มาแจ้งเราจะนำแบบเนอร์ขจงท่าน
มาติดที่เว็บเรา www.bigq.co.th

ดูลิงค์ทั้งหมด


  
ความยั่งยืนของการทำกิจกรรมไคเซ็น

ในสถานประกอบการหลายๆ แห่งทั้งภาคการผลิตและการบริการ ส่วนมากมักมีนโยบายการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ กิจกรรมที่นิยมทำกันมากที่สุด คือ “Kaizen” หรือที่เรียกกันว่า “การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ที่พนักงานทุกระดับต้องร่วมกันทำ เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มผลผลิต ลดปัญหาด้านคุณภาพ และทำให้ลดต้นทุนการผลิตและบริการ เนื่องจาก เป็นการปรับปรุงและแก้ปัญหาที่หน้างาน พนักงานที่อยู่หน้างานจะเข้าใจปัญหาได้ดี รู้แนวทางการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น ระดับจัดการก็ให้การสนับสนุนด้านวิธีการและความรู้ ระดับบริหารก็ให้การสนับสนุนด้านนโยบาย เมื่อมีประโยชน์มากมายอย่างนี้ หลายๆ สถานประกอบการทำไมถึงทำกิจกรรมนี้แล้วไม่ประสบความสำเร็จ คือ ขาดความต่อเนื่อง หรือไม่ก็ค่อยๆล้มหายไป บางสถานประกอบการก็ต้องเพิ่มรางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ระยะเริ่มต้น (ระยะข้าวใหม่ปลามัน) ของการทำกิจกรรมก็ดูดีไปหมดมีนโยบายชัดเจน มีการฝึกอบรม มีการสนับสนุน มีการพาไปดูงาน มีการนำเสนอผลงาน มีการชมเชยให้รางวัล พนักงานทุกคนรู้สึกตื่นเต้น สนุกกับกิจกรรม
ระยะกลาง (ระยะต่างคนต่างไป) เป็นระยะของการเกี่ยงงานกัน คือ ในระดับบริหารก็คิดว่าให้นโยบายไปแล้วก็เพียงพอแล้ว ในระดับจัดการก็คิดว่าให้การสนับสนุนไปแล้วมีอะไรก็แจ้งมา ในระดับปฏิบัติการก็มีเหตุผลงานเยอะไม่มีเวลา รางวัลน้อย ทำแล้วไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย ไม่เห็นมีใครสนใจเลย
ระยะสุดท้าย (ระยะช่างหัวมัน) เมื่อระยะต่างคนต่างไปสะสมมาระยะหนึ่ง ก็จะทำให้พนักงานเลิกสนใจและเลิกทำไปในที่สุด ทำงานไปวันๆ
จากปัญหาดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การกระทำใดๆ หรือการดำเนินกิจกรรมใดๆ ก็ตาม เราจำเป็นต้องปลูกฝังความคิดที่ “เป็นธรรมชาติ” หรือ “เป็นธรรมะ” (ธรรมชาติ = ธรรมะ) สำหรับเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติ คือ ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มีความเสียสละ มีความพากเพียรบากบั่นที่จะให้งานสำเร็จ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน   มีความยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี นั่นคือ เราต้องมีหลักธรรม 2 เรื่อง ในการปลูกฝังความคิดให้เป็นรากฐานขององค์กร เพื่อ ใช้เป็นแนวทางการทำงานและการดำเนินกิจกรรม คือ “สังคหวัตถุ4” และ “อิทธิบาท4”

สังคหวัตถุ4 คือ
   1) ทาน = การให้การเสียสละ
แนวทางการปฏิบัติ : การทำ Kaizen ทุกคนต้องถือว่าเป็นหน้าที่เพราะเราทำเพื่อบริษัทเพื่อส่วนรวม บริษัทเจริญก้าวหน้ามีกำไร พนักงานทุกคนก็มีความก้าวหน้าด้วย ที่สำคัญทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น นี่ถือเป็นการเสียสละอย่างแท้จริง
   2) ปิยวาจา = การพูดจาไพเราะ จริงใจ
แนวทางการปฏิบัติ : พนักงานทุกระดับตั้งแต่ระดับบริหาร ระดับจัดการ ระดับปฏิบัติการ  การพูดจา ทักทาย การสั่งงาน การมอบหมาย ควรที่จะมีการพูดจาอย่างไพเราะ และจริงใจ คนที่ฟังหรือรับมอบงานก็จะรู้สึกดี ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ไม่หวังผลตอบแทน
   3) อัตถจริยา = การสงเคราะห์/ประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น
แนวทางการปฏิบัติ : การสนับสนุนงานซึ่งกันและกัน การส่งมอบงานที่ดีให้กระบวนงานถัดไป การที่เราทำงานในกระบวนการทำงานของเราเป็นอย่างดีเป็นการช่วยให้ผู้ได้รับงานจากเราทำงานได้ดีด้วยเพราะเขาก็จะได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ และที่สำคัญการที่เราทุกคนได้ทำกิจกรรม Kaizen ถือได้ว่าเป็นการกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบริษัทและส่วนรวมอย่างแท้จริง
   4) สมานัตตา = การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ
แนวทางการปฏิบัติ : การปฏิบัติตนหรือการทำงานใดๆ ก็ตามเราควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการกระทำในเรื่องของ ทาน ปิยวาจา และอัตถจริยา ก็จะสามารถทำให้การดำเนินกิจกรรม Kaizen เป็นไปอย่างสม่ำเสมอด้วยความเต็มใจ

อิทธิบาท 4 คือ
   1) ฉันทะ = ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
แนวทางการปฏิบัติ : เมื่อเราเห็นว่ากิจกรรม Kaizen มีประโยชน์ต่อบริษัท ต่อส่วนรวม และต่อตนเอง เราทุกคนก็ควรมีความรักมีความสนใจในการดำเนินกิจกรรมให้มีความก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จ
   2) วิริยะ = ความพากเพียรในสิ่งนั้น
แนวทางการปฏิบัติ : เมื่อเรามีความรักความสนใจในการดำเนินกิจกรรมแล้ว เราต้องมีความพากเพียรที่จะนำพากิจกรรมฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างไปให้จงได้ต้องไม่ย่อท้อ เราต้องร่วมมือร่วมแรงกันทำ ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้
   3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
แนวทางการปฏิบัติ : เราต้องมีแผนงาน และมุ่งที่จะทำให้ได้ตามแผนงาน เอาใจใส่ฝักใฝ่ในการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตามเป้าประสงค์
   4) วิมังสา = ความมั่นสอดส่องในเหตุ และผลแห่งความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ(ปัญญา)
แนวทางการปฏิบัติ : เมื่อเราสามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามแผนแล้ว เราต้องตรวจสอบในกระบวนการทำงานของเรา (เหตุ) ว่าสามารถทำงานได้ตามจุดควบคุมหรือไม่ ถ้าเราทำได้ดีแล้ว (เหตุดี) ผลงานย่อมออกมาดี เป็นผลแห่งความสำเร็จ เป็นความรู้ของเรา เป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม และของบริษัท (เกิดปัญญา)
“อิทธิบาท4” เป็นเหมือนขั้นตอนการปฏิบัติงานตามวงจรคุณภาพ หรือ PDCA (P = ฉันทะ, D = วิริยะ, C = จิตตะ, A = วิมังสา) ส่วน “สังคหวัตถุ4”  เป็นเหมือนข้อปฏิบัติหรือวิธีการทำงาน
จะเห็นได้ว่าถ้าบริษัทใดสามารถนำหลักธรรม ทั้ง 2 เรื่องมาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรม Kaizen จะทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จ มีความต่อเนื่องโดยที่ทุกคนทำอย่างเต็มใจอย่างแน่นอน เริ่มจาก “ทาน” คือการเสียสละก่อนเลยครับ
“ถ้าวันนี้ไม่เริ่ม ก็ได้ผลเหมือนเดิม
แต่ถ้าเริ่มวันนี้ ก็จะมีก้าวแรก ก้าวที่สอง และก้าวต่อๆไป”

       โดย
วีรปรัชญ์ สิงห์สัตย์